Flowers
Arrow Lines

ฟังเสียงไวโอลินบรรเลง เทียบกับเสียงร้องเดิม

คลื่นกระทบฝั่ง ๒ ชั้น-ระนาด

เพลงคลื่นกระทบฝั่ง 2 ชั้นที่ว่านี้ เข้าใจว่าเกิดขึขึนในสมัยรัชกาลที่ 2

เพราะเมื่อพูดถึงและพิเคราะห์ดูทำนองเพลง

และวิจัยลงไปให้ละเอียดแล้ว จะเห็นได้ว่า

ทำนองของเพลงคลื่นกระทบฝั่งที่ว่าเป็นอัตรา 2 ชั้นนี้ก็คือ

เพลงบุหลันลอยเลื่อน (หรือเพลงทรงพระสุบิน) ชั้นเดียวนั่นเอง

หากแต่ได้เพิ่มทำนองทบทวนบางแห่ง กับเพิ่มโยนตอนท้ายขึ้นอีกเท่านั้น

จันทนา โอบายวาสขับร้อง-คลื่นกระทบฝั่ง

เพลงพรพรหม คุณครูเอื้อ สุนทรสนาน ได้นำทำนองเพลงไทยเดิมที่มีชื่อว่า"แขกมอญบางขุนพรหม" มาใส่ในเพลงเพลงนี้มีลักษณะที่จังหวะกระชับ น่าฟังมาก จากจังหวะแทงโก้ สำหรับเพลงแขกมอญบางขุนพรหม นี้ ครูเอื้อได้นำมาเฉพาะ 2 ชั้น ซึ่งเรียกว่ามอญตัดแตง

การร้องแบบนี้เรียกว่าร้องเหลื่อม เวลาบรรเลงเพลงแขกมอญบางขุนพรหมจะมีท่อนเหลื่อมที่เป็นจุดเด่นของเพลงนี้

ต้นฉบับเป็นเพลงฝรั่งเศส "Hymne à l'amour" ของ Edith Piaf ต่อมา

Geoffrey Parsons ได้แปลเป็นภาษาอังกฤษและได้ Vera Lynn ขับร้อง

เป็นครั้งแรกในปีค.ศ.1952 ต่อมาในปี 1954 ติดชาร์ตในอเมริกาโดย

การขับร้องของ Kay Starr ในชื่อเพลง If You Love Me Really Love Me ก่อนที่จะมาเป็น "ถ้ารักฉันจริง"ขัยร้องโดยคุณสวลี ผกาพันธ์

ไทยเดิม

พรพรหม

ทยอยยวน

รักพี่นะ

นางครวญ-ไทยเดิม

นางครวญ-สุนทราภรณ์

new

8/7/2555

นางครวญ แต่เดิมเป็นเพลงจังหวะ ๓ ชั้น(ช้า) ซึ่งโดยทั่วไปเพลงไทยเดิม

มักมีอัตรา ๒ ชั้นหรือชั้นเดียวมาก่อน แต่สำหรับเพลงนางครวญนี้ ครู

มนตรี ตราโมท เมื่อพ.ศ.๒๔๗๖ ได้ตัดเพลงนางครวญเหลือเพียง ๒ ชั้น

และชั้นเพียวจนครบเป็นเพลงเถา(เพลงเถาคือ เพลงเล่นตามจังหวะจาก ๓

ชั้นไป ๒ ชั้น จนถึงจังหวะชั้นเดียว) เนื้อเพลงนางครวญของเดิมนำมาจากบทพระราชนิพนธ์เรื่องอิเหนา

"โอ้ว่าป่านฉะนี้พระพี่เจ้า จะโศกเศร้ารัญจวนครวญหา

ตั้งแต่พระไปแก้สงสัยมา มิได้พบขนิษฐาในถ้ำทอง.....

นางครวญ เป็นเพลงสำเนียงมอญ ผู้บรรเลงเพลงนี้ต้องบรรเลงให้เศร้า

ระคนหวานจึงจะไพเราะ ครูเอื้อ สุนทรสนาน นำมาใส่เนื้อเต็มโดยไม่ทำ

ให้ทางเพลงเปลี่ยนไป

โอ้ว่าอกเอ๋ยคิดถึงคู่เชยร้างไป

คิดถึงดวงใจจากไปให้ร้าวอารมณ์

คิดถึงอ้อมกอดสอดรัดกระหวัดชม

คิดถึงคู่สมระทมฤดี

คิดถึงห้องหอรอพี่

ร้างไม่มีใครอยู่

คิดถึงแต่คู่ คอย คอย

น้ำตาไหลหลั่ง

คิดถึงคำสั่งความหวังหลุดลอย

เขนยที่เคยเคียงคอย

ยังเป็นรูปรอยที่คอยประทับใจ

แต่นี้คงไม่มีรักมาอาลัย

รักรัญจวนครวญไป

ครวญด้วยใจอันรัญจวน

ทุกวันใจป่วนครวญรำพัน

น้ำตาไหลหลั่ง

คิดถึงคำสั่งความหวังหลุดลอย

เขนยที่เคยเคียงคอย

ยังเป็นรูปรอยที่คอยประทับใจ

อย่างน้อยเคยให้คอยรักมาอาลัย

น้องก็คอย ๆ ไป

คอยด้วยใจอันรัญจวน

ทุกวันใจป่วนครวญรำพัน

ครูนคร มังคลายน

กับเพลงสนุกๆที่แปลงจากทำนองเพลงผรั่งที่กำลังฮิตในขณะนั้น

"ครูนคร" หรือ "นคร มงคลายน" ราชาเพลงแปลงชื่อดังของวงการเพลงเมืองไทย

ผูที่ได้สร้างผลงาน "อมตะ" แก่วงการเพลง ให้ผู้คนได้รับความสุขกันหลายสิบปี

ผลงานมากมายของครู "นคร มงคลายน" ที่มีต่อวงการเพลงเมื่อ 40-50 ปีก่อน หลายคนคงเคยฟังเพลงโฆษณาจากความคิด และประสบการณ์ที่สร้างสมมานานหลายสิบปี

อย่างเช่นถ่านไฟฉายตรากบ(จะจัดรวบรวมเพลงโฆษณาของครูนคร ในลำดับต่อไป)

สำหรับประวติครูนคร มงคลายน จะนำไปนำเสนอที่ห้องประวัติครูเพลง

เพลงม่านมงคลนี้ นำมาจากเพลงไทย "ฟ้อนม่านมงคล"

ของครูมนตรี ตราโมท

ทำนองเพลงม่านมงคลเป็นเพลงไทยสำเนียงมอญและพม่า

ที่ครูมนตรี ตราโมทได้แต่งขึ้น เพื่อใช้ในการในการแสดง

ละครพันทางเรื่องราชาธิราช

ด้วยท่วงทำนองที่มีความไพเราะ จึงมีผู้นำทำนองเพลงม่าน

มงคลไปใช้บรรเลงในวาระอื่นๆ อีกมาก

วงดนตรีสุนทราภรณ์นำทำนองไปใส่เนื้อเต็มโดยใช้ชื่อ

เดิมคือเพลงม่านมงคลให้วินัย จุลบุษปะขับร้องเป็นครั้งแรก

โดยมีปี่ชวาผสม เมื่อปี พ.ศ. 2507 ในจังหวะ "โบเลโร่"

ในส่วนของเนื้อเพลงที่คุณวรนุช อารียร้องต่างไปจากเนื้อ

ร้องชายเพียงเล็กน้อย คือ

- ดวงใจร่ำร้องได้เจอะหน้าน้องสักหน

- แม้นความรักพี่ยัง น้องจะหวังไปจนชีพวาย

ต่อมามีผู้นำไปใส่เนื้อเต็มอีกเนื้อหนึ่งให้ชื่อเพลงว่า ไม่รักไม่ว่าให้ทนงศักดิ์ ภักดีเทวาขับร้อง เป็นพลงที่มีชื่อเสียงมาก

ที่สุดเพลงหนึ่งถึงกับได้รางวัลเสาอากาศทองคำ

นอกจากนี้ยังมีเพลงลูกทุ่งนำทำนองไปใส่เนื้ออื่นๆ อีกหลาย

เนื้อร้อง

ของเดิม"ฟ้อนม่านมงคล"

ร้องโดยครูวินัย จุลบุษปะ

ขับร้องโดยคุณชวลี ช่วงวิทย์

กลับหน้าหลัก

Business Man 2

เด็กเซนต์14

This Site Was Created Using Wix.com . Create Your Own Site for Free >> Start